Perfil de JamespoundThis is Luv!!!FotosBlogListasMás Herramientas Ayuda

Jamespound

Ocupación
Ubicación
ลองดูเอาเองแล้วจะติดใจ

This's Time.

Cargando...

JPz's Music

Cargando...
07 enero

Jamespound with Dentist Part 3

Special Edition with Jamespound
"เจมส์ปอนด์ กะ หมอฟ้น ภาคเนื้อเรื่อง"
"ตอนจบ"
 
     เอาล่ะได้เวลาเริ่มบทสุดท้ายไตรภาคของตอนนี้ซะที แหมบ่นกันเป็นหมีกินขี้เลยนะ แม่งงงงงงง.....ใจเยนดิว่ะ คนกะลังงานยุ่งๆอยู่ (ยุ่งกะเตี่ยมัน ออกมาได้สองตอนแล้ว) เอาน่ามาแล้วเลิกบ่นซักกะที ต่อก้อได้ ถึงไหนนะเอ..... อ่ะจำได้และ ป่ะๆๆ ไปอ่านต่อกันดีก่า

     ย้อนความหลังกันซักนิด เด๋วจะจำกันไม่ได้ หลังจากที่ไอคุณหมอหน้าเจื่อนได้กระทำชำเรากะปากกรูเรียบร้อยแล้ว ตอนนั้นจำได้เลยว่ามีความรู้สึกปากบวมมากมาย นี่ถ้าแองเจลิน่า โจลีเห็นกรูคงจะรับกรูเป็นลูกอีกคนแหงมๆ ข้อหาที่หน้าตาเหมือนแม่มัน คราวนี้ครับมันก้อเริ่มเอาเหล็กแหลมๆมาจิ้มเพดานเหงือกกรู นี่มันจิ้มหรือมันกระทุ้งว่ะ ถึงกรูจะไม่เจ็บก้อเหอะ แต่สมองกรูก้อกระเทือนใช่ย่อยเหอะ

     หมอหน้าเจื่อน : เจ็บม้ายย~~??

     ไอความที่กระผมก้อหมั่นไส้อ่ะนะ แม่งกระทุ้งมาซะ เมิงไม่เอาเสาเข็มมายัดปากกรูให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยล่ะแสด

     เจมส์ปาวด์ : เหล็บ!!! (อยากจะบอกว่าชอตนั้นเนี่ยตั้งใจจะพูดว่า เจ็บ จิงๆนะเว่ย ไม่คิดเลยว่าแองเจลิน่า โจลีย์มันจะพูดไม่ชัดอย่างงี้) ที่สำคัญกรูได้ยินเสียงพยาบาลดังปู๊ด เหมือนมันอั้นขำกรูไม่ไหว เด๋วเหอะนะเมิง ตะกี้ทำกรูขวัญหายไปรอบเนิงและ ยังจะมาซ้ำกรูอีก

     หมอหน้าเจื่อน : อ้าว~ งั้นมาถอนกันเลย

     เจมส์ปาวด์ : เอ๊ะ!! ได้ข่าวกรูเพิ่งบอกว่าเจ็บะกี้มันเอากรูแล้วหรอ นี่ เมิงฟังกรูม้ายยยย~

      จากนั้นก้อมีนิ้ว ที่มันใส่ถุงมือมาแล้วมางัดปากกรูข้างซ้าย จากนั้นอุปกรณ์ห่าไรก้อไม่รุสองอันมายัดกรูที่ข้างขวา จากนั้นก้อเริ่มเคาะดู ทำห่าไรก้อไม่รุ ไม่เจ็บหรอก ตอนนั้นให้ความรู้สึกเหมือนอารมณ์กรูตายด้านไปและ เมิงจะทำห่าไรก้อเชิญเหอะ แต่มความรุสึกว่าอะไรนักหนาว่ะ แม่งเต็มปากเลย

     คุณพยาบาล : เด๋วเอาที่ดูดน้ำเข้าไปดูดน้ำลายด้วยนะค่ะ

     ว่าไป จากนั้นมันก้อยัดแท่งห่าไรเข้าไปในปากกรูเพิ่มอีก แค่นี้ก้อเยอะไปและ เมิงจะเอาอารายกะกรูอี๊ก~~  ค่อกๆๆๆ อยู่นั่นแหล่ะ ตอนนี้อยากให้เพื่อนๆลองจิตนาการภาพกันสักนิด ระหว่างที่ปากด้านซ้ายผมจะถูกถอน ลิ้นผมต้องยื่นออกมาจากปากเพราะมันง้างด้วยนิ้วนังพยาบาลด้านนึงกะไอที่ดูดน้ำลายง้างไปอีกด้าน จากนั้นอุปกรณ์อย่างน้อยสองอย่าง ซึ่งหนึ่งในนั้นน่าจะเป็นคีม (แอบเอาลิ้นไปสำรวจเล็กน้อย โชคดีมันไม่หนีบลิ้นกรูด้วย) มันทำให้ผมนั้นต้องยื่นออกมาเป็นเวลานานพอสมควร หมอหน้าเจื่อนแกก้อเริ่มเอาคีมมาลองงัดดู ลิ้นกรูแห้งจรจะเป็นปลากรอบอยู่แล้วโว้ยยยย

     เจมส์ปาวด์ : อ๋ออ๊าบ อิ้นแอ้ง (หมอคร้าบ ลิ้นแห้ง)

     หมอหน้าเจื่อน : โอ้ย หมอทำไม่ทำแรงหรอก อยู่เฉยๆล่ะกัน ผู้ช่วยของคีมใหญ่กว่านี้มีมั้ยครับ

     เจมส์ปาวด์ : .........
     เอ๊ะ จะด่าว่ามันโง่มันก้อคงเรียนหกปีมาไม่จบหรอก หรือว่ามันหูตึงว่ะห่า ที่สำคัญแม่งขอคีมใหญ่กว่านี้อีก เมิงจะทำสถิติยัดอุปกรณ์ได้มากที่สุดในปากคนไข้ลงกินส์เนตบุคหรอไงว้า~

     จากนั้นก้อเหมือนชีวิตวนลูปอ่ะครับ เสียงที่ดังเป็นจังหวะ ค่อกๆๆๆๆ ลิ้นกรูที่กลายเป้นปลากรอบเรียบร้อย เพดานเหมือนที่รุสึกว่า มันวนๆงงๆ เส้นปประสาทที่ถูกหลุดดังแกร๊บๆ เป็นเวลาเกือบยี่สิบนาทีได้ จากนั้นผมก้อเริ่มมาเอะใจว่า เอ๋.... มันเอากรูหมดทั้งปากรึยังว่ะ ยังไม่เส็ดอีกเรอะ แต่ไม่อยากให้หมอเค้าเครียด (จิงๆ ด้วยความที่กวนตีนนิดหน่อยด้วย) ก้อเลยถามหมอไปว่า

     เจมส์ปาวด์ : อ๋ออั๊บ ไม่เอาแอร์ออนอิอั่นเออร์อาอั๊ดอากอ๋มเอยอ่ะ (หมอครับ ไม่เอาแอร์คอมดิชันเนอร์มายัดปากผมเลยล่ะ) จากนั้นผมก้อรุสึกได้ ว่าพี่แกหยุดทำ แล้วนิ่งไปสักพัก เอาแล้วไงกรู ไม่น่ากวนตีนเลยว่ะ

     หมอหน้าเจื่อน : ผู้ช่วย ช่วยไปยกแอร์มาหน่อยครับ

     เจมส์ปาวด์ : เอ้ย อ้อเอ้น!!

     เหอะๆ เกือบได้แดกแอร์ซะแล้วไง จากนั้นก้อเข้าลูปไปอีกประมาณสิบนาทีได้ สักพักก้อได้ยินเสียงพรวดออกจากปากผม

     หมอหน้าเจื่อน : ปลอดภัยทั้งแม่และลูก!!!

     นี่เมิงจบทันต หรือสูตินารีแพทย์กันแน่ฟร่ะ จากนั้นรู้สึกได้เลยว่าเลือดนี่กลบปากอย่างแรง เมิงงัดกันมาครึ่งชั่วโมงเลยนี่ ยัยพยาบาลก้อเอาที่ดูดน้ำมาดูดเก็บหลักฐานอย่างรุนแรง ปากกรูก้อยังเป็นแองเจลิน่าไม่หายอีก แม่งแล้วกรูจะพูดรู้เรื่องมั้ยเนี่ย พอบ้วนปากน่โห เลือดออกมาเป็นก้อนๆ เยอะเกิ๊น~

     คุณพยาบาล : จะเก็บเด็กไว้ดูเล่นมั้ยค่ะ? (ดูพี่แกทัก)

     เจมส์ปาวด์ : ผมขอเห็นหน้าลูกผมก่อนได้มั้ยครับ (จิงๆพูดไม่ได้ชัดอย่างนี้นะ เบี้ยวไปข้างนึงเลยแม่ง)

     หมอหน้าเจื่อน : เป็นไงเจ็บมั้ย รากยาวมากเลยนะ กว่าจะงัดออกมาได้

     เจมส์ปาวด์ : เจ็บ!!!!

     หมอหน้าเจื่อน : โอ้ยไม่เท่าไหร่หรอก เมื่อวานมีเด็กประมาณสิบขวบมา เค้ายังไม่ต้องใช้ยาทาเล้ย

     แหน่ะ! แอบเหน็บแนมกรูเด๋วเหอะแสด ตอนนี้ไอปากข้างที่บวมนี่มันไม่มีความรู้สึกเลยแฮะ กัดเล่นก้อไม่รุสึกเลย เหมือนเคี้ยวยางเลยว่ะ เอ้ย มันส์ดีแฮะ

     หมอหน้าเจื่อน : อ้าวจะกัดทำไมเลือกกลบปากแล้วนั่น

     เจมส์ปาวด์ : (ช่วยเตือนให้มันเร็วกว่านี้ได้มะ ชิหายเลือดออกจิงๆครับ ข้างในเป็นแผลเยย)

     หมอหน้าเจื่อน : เอาล่ะ เด๋วจะไปฟิตเนสใช่มั้ย วันนี้งดล่ะกัน ไม่งั้นเล่นแล้วหัวใจเต้นแรงเลือดกลบปากไม่รุด้วยนะเว่ย แล้วก้อเอาผ้ากัดไว้ เปลี่ยนเรื่อยๆล่ะกัน น่าจะประมาณสองสามชั่วโมงแหล่ะก่าเลือดจะหยุด

     เวงแล้วไงแล้วกรูจะแดกอะไรล่ะครับ นัด 11 โมงตื่นก้อสาย ข้าวเช้าก้อไม่ได้กิน สรุปวันนั้นต้องมาแด๊กอีกทีตอนสี่โมงเย็น เคี้ยวก้อเคี้ยวไม่ได้ ที่สำคัญพอเอาปากดูดเป๊ปซี่ แม่งก้อกระเฉาะไหลออกมาทุกที เกิดมาแองเจลิน่าทำไมมันลำบากเยี่ยงนี้ว่ะ ดาราแม่งก้อไม่ได้มีไรดีซักเท่าไหร่หร้อกกกก

     จบและ จิงๆไอภาคสุดท้ายก้ออยากจะบอกว่ามันก้อไม่มีไรยาวหรอกแสดดดด เอาไปอ่านเล่นๆล่ะกัน คราวหน้ามีเรื่องจะเม้าส์ต่อแน่นอน ไปและเด๋วกรูตกงาน

ปล. แถม!!! เพิ่งไปทำสีหัวมาใหม่ เถิกกว่าเดิม สั้นกว่าเดิม และที่สำคัญจะตกงานแล้วด้วยแสด (ล้อเล่นนะพนักงานดีเด่นอย่างกรู คงได้ออกยากว่ะ) ดูรูปได้จากข้างล่างอ้ะ

ยิ้ม


21 diciembre

Jamespound with Dentist Part 2

Special Edition with Jamespound
"เจมส์ปอนด์ กะ หมอฟ้น ภาคเนื้อเรื่อง"
 
 
 
   หลังจากที่โม้ภาคแรกไปนานมาก....... บางคนที่อ่านถึงกับอุทานว่า "ไอเชี่ย เมิงหลอกกรู" กันเลยที่เดียว ห่าถ้ากรูเล่าเลย กรูก้อไม่มีเรื่องฮาดิว่ะ จะให้กลับมาเล่าย้อนก้อใช่เรื่องซะที่ไหน พอกรูอัพยาวเมิงก้อบ่นกันอีก ก้อกรูแบ่งก้อหาว่าอัพไม่หมด อยากอ่านต่อ เมิงเมนส์มาเรอะไงว่ะ อารมณ์แปรปรวนชิบ!!
เหมียนเดิม เนื้อเรื่องเหล่านี้อาจจะมีคำที่รุนแรงไปบ้าง ไม่เหมาะแก่เด็กที่ยังไปซื้อบะหมี่ชายสี่เองไม่เป็น และอาจจะมีการแต่งแต้มมุขให้ออกแนวเว๊อร์เว่อร์ (อย่าบ่น ถ้าเว่อร์เกินและเมิงจะอ่านจะขิงไมว่ะ) แต่ทุกอย่างอิงจากเนื้อเรื่องจิงล้วนๆ และไม่ได้อ้างอิงถึงบุคคลใดๆทั้งสิ้น

   เอาล่ะเริ่มล่ะนะ

   จากที่ได้กล่าวไปแล้ว ว่าชีวิตผมอ่ะกลั๊วกลัวเข็มเนี่ย (จิงๆก้อมีอย่างอื่นที่กลัวมากมาย เด๋วจะมาแซ่บให้ฟังทีหลัง) ซึ่งก้อเป็นอีกครั้งนึงสดๆร้อนๆ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่าน เส้นทางชีวิตของเราสองคนต้องกลับมาบรรจบกันอีกครั้ง ช่างเป็นพรหมลิขิตที่กรูก้อไม่อยากจะป๊ะกะเมิงเท่าไหร่นักหรอก ในเมื่อทำงานแล้ว เขาสามารถเบิกค่าทำฟันได้ ด้วยความงกซึ่งมีอิทธิพลมากกว่าความกลัว จึงทำให้ผมตัดสินใจที่จะไปหาหมอฟัน เพื่อทำการถอนฟ้นที่เป็นส่วนเกินแล้วอุดฟันด้วย ผมนัดกะพยาบาลสุดสวยได้วันเสาร์ว่าจะมาทำฟ้น พอเข้ามาปุ๊ป ตรงเวลาเป๊ะ ไม่มีหรอกที่กรูจะมีมานั่งรอก่อน แค่กว่ากรูจะทำใจมาหาหมอได้ก้อจะตายห่าอยู่แล้ว

   พยาบาลสุดสวย : "คุณเจมส์ปอนด์ป่ะค่ะ เด๋วนั่งรอซักครู่นะค่ะ"

   เจมส์ปอนด์ : "ง้าบบบบบบบบบบ" อ้อนสุดริดอะกรู
   พอนั่งปุ๊ปตาก้อเสือกเหลือบไปมอง อ่าว...มีคนไข้นั่งมารออยู่แล้วหรอว่ะ ไหนบอกนัดกรูเวลานี้ไง หมอลำเอียงป่ะว่ะ เอ๊ะหรืออาจจะมีหมอสองคนก้อได้ เพราะในตารางนัดก้อมีชื่อหมอสองคน ผมก้อมองผ่านๆ แต่ในตาก้อเหลือบไปเจอกระเป๋าตังพองๆใบนึง หยุด!!! เมิงคิดเรอะว่ากรูจะจิ๊ก (ชัวร์ ร้อยละ 80 ต้องคิดว่ากรูจิ๊กแน่ๆ) จะบ้าเรอะ!! คืนเด่ะ ผมก้อเลยหยิบกระเป๋านั้นขึ้นมา พร้อมกะมองไปรอบๆก้อเจอไอหน้าเจื่อนที่มันมานั่งรอเหมือนกานนี่แหล่ะ ไม่น่าจะมีใครแล้วล่ะ

   เจมส์ปอนด์ : "เพ่ เป๋าหายป่ะ?? อ่ะ"

   พี่หน้าเจื่อน : "อ้ะ ขอบใจๆ"

   เหอะๆ จากนั้นพยาบาลก้อเรียกพี่หน้าเจื่อนนั่นเข้าไปหาหมอซะงั้น แล้วอีกห้านาทีก้อเรียกผมเข้าไปด้วย สงสัยมีหมอสองคนแน่เลยว่ะ ผมก้อเลยเดินเข้าไป พยาบาลที่นี่ใจดีมากครับ ช่วยถือกระเป๋าด้วย ผมก้อเลยทำตัวออดแอดออดแอด ยกเป๋าไม่ไหวถือให้หน่อยก๊าบ พี่พยาบาล.... กร๊ากๆ พอเข้าไปเท่านั้น เชด!!! พี่หน้าเจื่อนของผมครับ แกใส่ชุดกราวน์รอซะงั้นอ่ะ

   เจมส์ปอนด์ : "อ่าว เฮ้ย!! เป็นหมอไม่บอกกันเลยเรอะ"
   หมอหน้าเจื่อน : "เอ้า นั่งเด่ะรอไรอ่ะ" อ้ะไม่ตอบคำถามกรู กวนกรูด้วยนิ (หมอกวนจิงๆคับ พรหมลิขิตไม่น่ามาเจอกันเล้ย คือประมาณว่ากรูเป็นฝ่ายเสียเปรียบอ่ะ ถ้าพูดไม่ถูกใจมัน เด๋วมันเอามีดกรีดเหงือกกรูแหงมๆเลย)

   ผมก้อนังไปตามระเบียบ ส่งสายตาปริบๆขอความเห็นใจพยาบาลเล็กน้อย สรุปชีแกเดินทิ้งกรูไปซะงั้นอ่ะ

   หมอหน้าเจื่อน : "ไม่ได้หาหมอฟ้นนานยังอ่ะ"

   เจมส์ปอนด์ : "จำไม่ได้ครับ" แหงแหล่ะกรูจะจำได้มะ ครั้งล่าสุดจำได้ว่าไปถอน เมื่อตอนแปดขวบมั้ง แม่งฉีดยาชากรูซะปากบวมเยย เหมือนเลาๆว่าสลบไปเลย จำไรไม่ได้แล้ว

   หมอหน้าเจื่อน : "งั้นอ้าปากเด๊ะ"

   เจมส์ปอนด์ : "อ้าาาา"

   จากนั้นคุณพี่หมอก้อเริ่มกวนผมและครับ ทำคิ้วขมวดเล็กน้อย จากนั้นมันก้อยิ้ม พร้อมพูดว่า

   หมอหน้าเจื่อน : "ถามจิงๆนะ วันนี้แดกขี้มาป่ะ?"

   เจมส์ปอนด์ : "....จะบ้าเรอะหมอ!! เว่อร์และ มีผ้าปิดจมูกจะได้กลิ่นได้ไงฟร่ะ" จิงๆอยากตอบกลับไปว่า (แล้ววันนี้หมอจะแดกตีนผมรัยังล่ะครับ??) แต่ก้อไม่กล้าอ่ะ เพราะมันเริ่มจับอาวุธและ

   หมอหน้าเจื่อน : "แหมล้อเล่น... ไหนขอดูหน้อยดิ๊" มันก้อเริ่ม national geographic กะปากผมทันที มุมนู่นบ้างมุมนี้บ้าง เมิงไม่ทะลวงไปถึงคอหอยกรูเลยล่ะ ที่สำคัญน้ำลายมันเริ่มท่วมเต็มปากแล้ว แอบเยิ้มออกมาทางมุมเล็กน้อย เร็วดิเว่ยน้ำป่าจะทะลักลงหูกรูแล้วไอแสดดดด

   หมอหน้าเจื่อน : "เอ่อ... กลืนน้ำลายก้อได้นะ ท่วมอุปกรณ์หมอแล้ว.." อ้าวแล้วไม่บอกว่ะ จะไปรู้มะว่ากลืนได้ เมิงก้อเล่นซะ จะเอาหัวมามุดปากกรูอยู่แล้วเนี่ย

   หมอหน้าเจื่อน : "แล้วมาทำไรเนี่ยเราอ่ะ" อ้าวไม่บอกตอนเมิงทำแสดแล้วเลยล่ะ สำรวจจนพรุนแล้วนิ

   เจมส์ปอนด์ : "ทำฟันครับ"

   หมอหน้าเจื่อน : "กวนอย่างงี้ ระวังฟันหายทั้งปากนะครับ" อ่าวขู่กรูซะและ โดนหมอขู่กรูก้อหงอดิครับ บทมันจะเอาจิงขึ้นมา มีเรอะกรูจะรอด

   เจมส์ปอนด์ : "ล้อเล่นนิเลียวเอง มาถอนซี่นี้ กะอุดซี่นี้" พร้อมเอาลิ้นแทนนิ้วมื้อ กระดิกๆๆชี้ไปซี่ที่ต้องการ

   หมอหน้าเจื่อน : "อ้ะ โอเช งั้นเด๋วฉีดยาชาก่อนละกัน แล้วค่อยอุด แล้วก้อถอนนะ"

   เวงล่ะไงครับ ฉีดยา........... แค่ได้ยินผมก้อหน้าเสียแล้ว เอาไงดีว่ะ ถอนสดไปเลยอ่ะป่ะ หรือเอาไงดีอ่า กลัวเข็มอ่า... ทำไงดีอ่าาาาา

   เจมส์ปอนด์ : "หมอครับ" ทำเสียงออดอ้อนสุดชีวิต

   หมอหน้าเจื่อน : "ครับว่าไง??"

   เจมส์ปอนด์ : "หมอโปะยาสลบได้มั้ยครับ ผมกลัวเข็มอ่ะ"

   ทั้งหมอทั้งพยาบาลฮาแตกไปเลยครับ เมิงไม่เข้าใจชีวิตกรูบ้างเลยเหรอ นี่ถ้าไม่มีที่ปิดปากของเมิง หน้ากรูคงชุ่มด้วยเอนไซม์เมิงแล้วแหงมๆเลย หมอไม่เข้าใจตุ้มมมมมมม

   หมอหน้าเจื่อน : "กร๊ากๆ กลัวขนาดนั้นเลยเรอะ อ่ะๆก้อได้ พยาบาลช่วยหยิบ @#!& ให้ผมหน่อย" มันจะหยิบเชี่ยอะไรฟร่ะ ชื่อก้อแปล๊กแปลก

   เจมส์ปอนด์ : "หมอง้าบบบบบบบบ อะไรอ่าา"

   หมอหน้าเจื่อน : "เออน่า เอ้า!! อ้าปาก"

   หง่ะ..... แล้วคุณหมอของผมก้อเอาอะไรไม่รุว่าทาตรงไอฟ้นที่จะถอนให้อ่ะ

   หมอหน้าเจื่อน : "กล้วยไงกล้วย ชิมดิ"

   เจมส์ปอนด์ : เอาลิ้นคว้านมาชิม เออกล้วยจิงๆด้วยแต่ขมนิดๆน่ะ ก้อเลยแตะมาแดก แตะมาแดก หร่อยดีเหมือนกันว่ะ..

   หมอหน้าเจื่อน : "เฮ้ย!! อย่ากินเยอะ นั่นมันยาชา"

   อ้าวชิบหาย!! หมอกรูทำพิษแล้วมั้ยล่ะ ไม่บอกกรูก่อนว่ะ กล้วยๆอยู่นั่นแหล่ะ ตอนนี้ลิ้นกรูไม่รับรสไปแล้วเรอะ แม่ง.....คอหอยกรู ลูกกระเดือกกรูด้วยอ่ะ ทีสำคัญทาซะท่วมเลย ไม่โดนก้อให้มันรู้ไปสิว่ะ

   เจมส์ปอนด์ : "........" อ้าปากค้างไว้อยู่จะด่ากลับก้อด่าไม่ได้ แม่ง.....

   แต่อีกใจก้อคิด ก้อดีเหมือนกันเนอะ ที่มีแบบทาไม่ต้องฉีดยา สบายแหล่ะกรู คราวนี้

   หมอหน้าเจื่อน : "พยาบาลเตรียม #$%!@ ด้วยครับ" จากนั้นตาผมก้อเหลือบ (ปล.ตอนนี้ปากยังแหกอยู่) เห็นพยาบาลหยิบเข็มจึ๊กจะยาอะไรก้อไม่รุ สูบซะเต็มข้อเลย ผมนี่ลมจะจับทันที ไหนบอกกรูไม่ฉีดยาอ่าาา

   เจมส์ปอนด์ : "อ๋อ ไอ๋ออกไอ้อีดอาไอ" (หมอไหนบอกไม่ฉีดยาไง)

   หมอหน้าเจื่อน : "ใครบอกฟร่ะ นี่อุส่าห์ทายาชาให้ก่อนแล้วนะ ปกติเขาทำกะเด็กนะเฟร้ย"

   เจมส์ปอนด์ : "อ๋อ อาอะอบอ่ะ อะเอาอาอะอบ" (หมอ ยาสลบอ่ะ จะเอายาสลบ) พูดทีก้อน้ำลายเยิ้มออกมุมปากที ทรมานกรูจิ๊ง

   หมอหน้าเจื่อน : "ไม่มีเฟร้ย เอาน่ะไม่เจ็บหรอก อีกอย่างนะ ห้ามดุกดิกด้วย เด๋วพลาดแทงเพดานเหงือก ต้องฉีดซ้ำนะเว่ย"

   ขอร้องล่ะ อย่าใช้คำว่า "พลาด" กะคนไข้ใจเสาะอย่างกรูได้มะ จากนั้นพยาบาลก้อเอาผ้ามาปิดตาไว้ (ทำไมตอนนี้ผมเห็นพยาบาลเป็นป้าแก่ๆนั่นอีกแล้วว่ะ) อีกอย่างนึง เมิงไม่เอาผ้ามาปิดซะตั้งแต่แรกล่ะฟร่ะ ทำไมต้องให้กรูเห็นภาพเข็มดูน้ำจากสลิงดังจ๊วบซะขนาดนั้นเล่า แล้วเมิงจะเหลืออากาศอยู่ในหลอดบ้างมั้ยว่ะเนี่ย เค้ากลัวน้าาา แง้ๆๆ วิศวกรใจตุ๊ดกำเนิดแล้วง้าบบบบบบบ

   หมอหน้าเจื่อน : "มีไรสั่งเสียมะ"

   เจมส์ปอนด์ : "อี อ้าอ๋มอายเอ็นอี๋ อ๋มอะเอาอ๋อไออู่อ้วยเอย" (มี ถ้าผมตายเป็นผี ผมจะเอาหมอไปอยู่ด้วยเลย)

   ไม่พูดพร่ำทำเพลงครับ เหมือนมีอะไรมาสะกิดที่เหงือกผม เจ็บเปรี๊ยะๆ ก้อเข้าใจว่ากะลังโดนเข้าแล้วไง แต่ก้อไม่เจ็บอย่างที่คิดเยอะเลย (ก้อเมิงคิดซะเว่อร์เกินอ่ะ) เหอะๆๆค่อยยังช่วย

   หมอหน้าเจื่อน : "เป็นไงเจ็บมะ?"

   เจมส์ปอนด์ : "เอ็บ" เจ็บใจหมอแม่งหลอกกรู

   หมอหน้าเจื่อน : "อ้าวนี่แค่ เบาะๆนะนั่น ของจิงจะเริ่มหลังจากนี้ตะหาก"

   อู้ยยยยยยยยย แค่นี้ชีวิตก้อแทบล้มพับจับไข้กันและ นี่ยังไมได้เริ่มทำไรกะฟ้นกรูเลยนะ ไม่ต้องขู่ได้ป่ะ แค่นี้เยี่ยวก้อเหนียวเป็นราดหน้าแล้วคร้าบบบบบ ที่สำคัญผมมีความรุสึกว่า ปากผมมันเริ่มพองขึ้นๆแล้วอ่ะ หมอ!! เมิงเอายาไรให้กรูเนี่ยยยยยยย.................
 
   เฮ้ย!! ยาวไปและเนี่ย เอาเป็นว่าไปต่อตอนหน้าล่ะกัน ถ้าอัพจบสงสัยอ่านกันเป็นนิยาย "คือหัตถาครองพิภพ" กันเลยทีเดียว อย่างน้อยก้อขอให้กรูพักบ้างเหอะ เจอกันคราวหน้ากับ เจมส์ปอนด์ กะ หมอฟ้น ภาคเนื้อเรื่อง (2)
 
ยิ้มแฉ่ง
11 diciembre

Jamespound with Dentist Part 1

Special Edition with Jamespound
"เจมส์ปอนด์ กะ หมอฟัน ภาคเกริ่นนำ"
 
 
 
   เอาล่ะครับ จากที่ไม่ค่อยได้อัพเรื่องฮา หวังว่าเรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งเรื่อง..ที่อาจจะโดนใจใครหลายๆคนนะครับ
   เกริ่นนำเหมือนเดิม เนื้อเรื่องเหล่านี้อาจจะมีคำที่รุนแรงไปบ้าง ไม่เหมาะแก่เด็กที่ต้องมีคุณแม่คุณพ่อที่ต้องล้างก้นให้อยู่ และอาจจะมีการแต่งแต้มมุขให้ออกแนวเกินจิง แต่ทุกอย่างอิงจากเนื้อเรื่องจิงล้วนๆ และไม่ได้อ้างอิงถึงบุคคลใดๆทั้งสิ้น จะเดาว่าเป็นใครก้อเป็นคนนั้นแหล่ะ คิดเอาเองเด่ะว่ะ

   เริ่มล่ะ!!!

   ชีวิตผมอ่ะครับ ตั้งแต่เกิดมาเนี่ย อยากจะบอกได้เลยว่า ผมกะหมอก้อเหมือนหมาเห็นเครื่องบินอ่ะแหล่ะ พอเครื่องผ่านมีเสียงดังๆ หมาก้อมักจะเห่าออกนอกหน้า เหมือนมันจะกลัวว่าเครื่องบินจะหล่นมาทับซะทุกทีไป ผมเองก้อเช่นกัน ชีวิตผมกะหมอไม่ค่อยมีโอกาสจะมาสัมผัสกันเท่าไหร่ เราสองคนเหมือนต่างเป็นเส้นขนานที่ไม่สามารถมาบรรจบกันได้ (เสี่ยวสิ้นดี) กะหมอไม่เท่าไหร่ น่ารักก้อพอให้อภัยแหล่ะ แต่กะเข็มนี่พอเห็นปุ๊บ หน้าจะมืดทุกทีไป แหมใครไม่กลัวคุณก้อพูดได้นี่ครับ ไอผมนี่ เจอทีนี่หงอแดกไปตามๆกัน สาเหตุเกิดจากเมื่อตอนผมเด็กๆอ่ะครับ มีประสบการณ์ไม่ค่อยดีเกี่ยวกับเข็มนี่แหล่ะ ตามกันมาเลย

   ย้อนไปนู่นแหน่ะ ตั้งแต่ผมเป็นเจมส์ปอนด์จูเนียร์ สมัยประถมแหล่ะ แต่ก่อนที่โรงเรียนเด็กๆจะต้องโดนฉีดวัคซีนเกือบทุกปี นางพยาบาลก้อใจดีจิงจิ๊ง~ คิดภาพตามนะ จะประมาณป้าแก่ๆ หน้าตาไร้สมรรถภาพ ซึ่งผมว่านะ ชีวิตแม่งอาจจะไม่เคยผ่านชีวิตวัยเด็กเป็นอย่างแน่นอน ประมาณว่าเมิงพรวดออกมาจากท้องแม่ เมิงก้อมีบัตรประชาชนแล้วแหงมๆ ผมอ่ะพอจะจำได้เลย ว่าทุกครั้งที่มีฉีดวัคซีนจะมีป้าหน้าแก่ๆนี่เรียงกันเป็นตับ คือจะบอกว่าหน้าชีแกไม่น่าเกิดมาเป็นพยาบาลเลย เมิงน่าเป็นพญายมมากระชากเอาชีวิตกรูไปเลยดีกว่ามะ เหตุการณ์ของผมครั้งแรกเริ่มประมาณป.1 มั้งครับ (เท่าที่จำความได้) จะต้องมีการฉีดวัคซีนอะไรไม่รุ ซึ่งเพื่อนๆเขาก้อไปกันตามปกติเข้าแถวกันไป ผมก้ออยู่กลางๆ เดินไปกะเขาด้วย เข้าแถวกุ๊กกิ๊กกิ๊กกั๊กกันไป พอถึงโรงอาหาร ฉีดยากันที่โรงอาหารเจ๋งมะ? ต่างคนอย่างเงียบเลยครับ แม่งนรกชัดๆ เริ่มได้ยินเสียงเด็กร้องไห้มากมาย เด็กบางคนดิ้นพรวดพราดๆ อยู่กลางห้อง เฮ้ย!! มันเกิดอะไรขึ้นว่ะ จากนั้นเขาก้อจะให้เข้าแถวทีละคน จากที่เคยกิ๊กกั๊กกัน เงียบเชียบครับ หน้านี่ซีดหดเหลือสองมิลได้มั้ง เขาจะให้นั่งลงแล้วฉีดกันอย่างงั้นแหล่ะ แม่งเอ้ย~ เด็กก้อมองกันเต็มเลยเด่ะ ว่าเข็มแม่งน่ากลัวขนาดไหน อยู่ดีๆเอาเหล็กๆยาว ยาวกว่าแขนผมตอนนั้นอีกมั้ง ทิ่มมาหน้าตาเฉย และที่สำคัญหน้าของยัยป้าแกบ่งบอกว่า ........มันสะใจมาก.........
  
   พอใกล้ๆถึงตาผม (มองมันทิ่มอย่างสะใจประมาณสิบกว่ารายแล้ว ร้องไห้ออกมาบ้างก้อมี) แน่นอนเด็กชายใจกล้าอย่างผมมีเรอะจะรีรออะไรล่ะ "อ้ะ!! เธอเป็นผู้หยิง เราให้อยู่หน้านะ อ้ะ!! เราปวดท้องเด๋วฉีดยาแล้วไม่สบาย นายไปก่อนล่ะกัน อ้ะ!! มึนๆอ่ะ ไปก่อนเหอะ...." อ้างแม่งไปเรื่อยจนคนสุดท้าย มันเลยยิ่งเห็นการฆาตกรรมของยัยป้ามากขึ้น มากขึ้น ใจนี่อยู่ที่หัวแม่ตีน เต้นตุ๊บๆๆๆ สุดท้ายก้อมาถึงตาผม ชิบหายและกรูคนสุดท้ายเลยนี่หว่า

   ยัยป้า : "นั่ง!!"
  
   เจมส์ปาวด์จูเนียร์ : "..."   (เดินไปนั่งเด่ะ จะให้เดินหนีเรอะ เผลอไปขัดใจมัน กรูตายแน่)
  
   ยัยป้า : "ไม่ต้องกลัวไม่เจ็บหรอก เหมือนมดกัดเท่านั้นเอง"
  
   เจมส์ปาวด์จูเนียร์ : (มดกัดบ้านป้าแกสิ เดินร้องไห้ออกไปทุกรายขนาดนั้น) ผมคิด ใครจะกล้าพูดว่ะ เด๋วแม่งกระซวกเข็มเข้าแขนกรูทะลุอีกด้านแล้วแม่งบอก อุ๊ยส์! พลาด กรูไม่ตายห่าเรอะ
  
   ยัยป้า : จากนั้นเจ๊แกก้อเอาเข็มมาโชว์ ดูดน้ำสีเขียวๆเข้าเข็มซะเต็มหลอดเลย พร้อมกับชำเลืองมองผม ที่สำคัญ ผมเห็นมุมปากชีแก มันกระตุกยิ้มด้วยอ่ะ น่ากลัวแสดดด!!??

   เจมส์ปาวด์จูเนียร์ : (เพื่อความอยู่รอดของชีวิตกรูเอาว่ะ) "พี่ครับ...." (ใจจิงกรูอยากเรียกเมิงป้ามาก แต่กรูกลัวอาวุธเมิงอ่ะ)

   ยัยป้า : "จ๋า....."

   เจมส์ปาวด์จูเนียร์ : "เอ่อส์ ผมจะตายมั้ยครับ เอาน้ำเขียวๆเข้าตัวแบบนี้"

   ยัยป้า : มันยิ้มอ่ะ "ไม่หรอกจ๊ะ นี่อ่ะเป็นยา แต่ถ้าฉีดอากาศเข้าไปนี่อาจจะตายได้นะ"

   เจมส์ปาวด์จูเนียร์ : พ่อเมิง.....ขู่กันชัดๆ ถ้าเมิงอยากฆ่ากรูเมิงไม่เผลอเหลืออากาศให้เข้าไปวิ่งในแขนกรูเรอะ จากนั้นผมก้อเริ่มหน้าซีดมากขึ้น ซึ่งชีแกคงจะสังเกตุได้

   ยัยป้า : "ไม่ต้องกลัวหรอกจ๊ะ เหมือนมดกันจิงจิ๊ง ไหนถกแขนเสื้อขึ้นมาซิจ๊ะ"

   เจมส์ปาวด์จูเนียร์ : ช่วยยกตัวอย่างให้เห็นภาพกว่านี่ได้มั้ยเจ๊ นี่เจ๊ท่องบทมาเรอะ มดคันไฟทั้งรังอ่ะเด่ะ เล่นออกไปร้องไห้ระงมกันขนาดนั้น นี่ยังไม่รวมไอพวกนี่ดิ้นพรวดๆอยู่ตรงนั้นด้วยนะ.....
 
   ถึงตอนนี้แล้ว ทำไงได้ล่ะครับมาถึงขนาดนี้แล้ว ผมน้ำตาซึมเลยครับกลัวมาก ไม่คิดเลยว่าจะมีอาวุธที่น่ากลัวมากมายตั้งแต่เกิดมาบนโลกใบนี้ ทำไมไม่เหมือนหยอดโปลิโอว่ะ แม่งยังหยอดทางปากได้เลย ไม่เอายานี่มาหยอดทางปากกรูหล่ะะะะะะะ กรูจะยอมแดกเป็นลิตรเลย แม่ง.......

   จากนั้นยัยป้าก้อเอาเข็มเสียบจึ๊กเข้ามา มดกัดลุงเมิงสิครับ มันปวดแบบว่างิดๆ ปวดแบบอึดอัดๆ เจ็บเปลี๊ยะๆ มดแม่งกะลังจะกัดเข้าไปถึงเส้นเอ็นกรูแล้วมั้งนั่นอ่ะ เจ็บอิ๊บอ๋ายเลย ในใจก้อคิดว่า (ตัดแขนกรูทิ้งไปเลยเหอะ ตัดแขนกรูทิ้งไปเลยเห๊อะ~) เป็นเรื่องปกติที่เด็กๆมักจะเกร็งเมื่อถูกฉีดยา ผมเองก้อเช่นกัน

   จากนั้นก้อถึงประโยคเด็ดที่ผมว่า พยาบาลหรือหมอแต่ก่อนมักจะใช้กันโดยทั่วไป โดยหารู้ไม่ว่า นั่นแหล่ะเมิงกะลังฆ่าอนาคตของเด็กชายคนหนึ่งอย่างสิ้นเชิงเลยรู้มั้ย

   ยัยป้า : "อย่างเกร๊งสิจ๊ะ เด๋วเข็มหักคาข้างใน หาไม่เจอไม่รุด้วยเลยนะ"

   เจ๊ดดดดด!!! หักคาข้างในเลยหรอ เมิงฆ่ากรูเห็นๆ ผมนี่ตัวอ่อนยวบยาบ (กรูเลิกเกร็งในบัดดลทันที) เริ่มหายใจน้อยลงเหมือนกะลังจะตายแหล่ มิตายแหล่ ไม่รู้ฉีดห่าไร นานนักหนา ช่วงระหว่างฉีดมันยังหยิบสำลีมาให้กรู (เพิ่งรู้ตอนหลังว่าแอมโมเนีย) กลิ่นก้อแปลกๆ กรูขอวาเป๊กซ์แทนได้มะ? ในใจผมก้อคิด เมิงไม่ทำหน้าที่ฉีดยาของเมิงให้เส็ดไปเลยฟร่ะ ยังมีอารมณ์ส่งเชี่ยไรมาให้กรูอีกเนี่ย...

   หลังจากฉีดยาเส็ดผมก้อร้องไห้เลยครับ จำได้เลยว่ามีการปลอบใจโดยการแจกไมโลคนละกล่อง ช๊อตนี้ใครจะมีอารมณ์มากินว่ะ เมิงขนมาทั้งลังกรูยังไม่เอาเลย ผมก้อโฮลั่นเลยอ่ะ ทั้งเจ็บ ทั้งเสียใจที่พ่อแม่กรูไม่มาดูแลเลย เค้าโดนยัยป้านี่รังแกซะแขนเป็นรูเลย (จุดนิดเดียว แต่ตอนนั้นไม่รุทำไม เห็นแม่งกลวงโบ๋โผล่ไปอีกด้านเลยอ่ะ) แม่งใจร้ายมากมายอ่ะ คิดจะเอาเข็มเข้าไปคาในแขนกรูด้วย ยัยป้าคนนี้มันจะฆาตกรรมผม ที่สำคัญผมยังให้เพื่อนสองคนขนาบข้างหามผมกลับไปห้องเรียนด้วยอ่ะ แงๆๆๆๆๆๆๆๆ เค้าหมดแยงแย้ววววว
 
   ผมก้อเลยถูกหามกลับเหมือนชีวิตไร้ซึ่งความหวังอีกต่อไป พร้อมกะในมือถือไมโลสองกล่องกลับห้อง??!!
 
   จากนั้นผมก้อกลัวเข็มมาตลอดเรื่อยๆมา พอมีช่วงเทศกาลฉีดยา ผมก้อจะโดดโดยการแกล้งไปขี้ตลอด ครั้งแรกประสบความสำเร็จอย่างสวยมาก ครั้งที่สองคุณครูมาตามถึงหน้าห้องน้ำ ผมก้อร้องไห้ซะ ตอแหลขอความสงสาร แหมกรูผมก้อใจดี กอดผมแล้วก้ออุ้มผมด้วย แต่อุ้มมาส่งหาอีป้ามหาภัยอยู่ดีอ่ะ ผมเป็นมาเรื่อยๆแม้กระทั่ง............(อายว่ะ) ม.5 ผมจะต้องจูงมืออาจารย์ประจำชั้นให้ไปฉีดยาด้วยกัน ร้องไห้ด้วย.....(อายอ่ะ) มือนึงก้อฉีด อีกมือนึงก้อกอดอาจารย์ไว้ ทำไมเขาไม่มีนวัตกรรมใหม่ ฉีดยาโดยไม่ต้องใช้เข็มมั่งว่ะ.....

   เอ้ย!!! ยังไม่ได้เล่าเรื่องหมอฟันงวดนี้เลย ยาวซะขนาดนี้แล้ว เอาเป็นว่าคราวหน้าละกันนะครับ กับตอนเจมส์ปาวด์ กะ หมอฟัน ภาคเนื้อเรื่องจิง เน้อ
 

jpz

28 noviembre

Office Tour

Special Edition with Jamespound
"Office Tour"
 
 

     เอาหล่ะครับ กลับมาแล้วกับเจมส์ปาวด์อีกครั้ง คราวนี้ตัวอักษรยังจะเล็กไปป่ะว่ะ พยายามเพิ่มขนาดแล้วนะเนี่ย ไม่เอากล้องจุลทรรศน์มาส่องกันเลยล่ะ ที่ผมทำตัวเล็กเพราะว่าเขียนแบบนี้มานานแล้ว แต่พอจะเข้าในนะครับ เพราะว่าสเปซจะแปรผันตามเครื่องคอมพ์ ถ้ามีการลงฟ้อนท์หรือเซตดีฟอลต์ขนาดไว้ ก้อจะให้บางเครื่องอ่านไม่ออกได้ เอาเป็นว่าเพิ่มให้นิดนึง ดังนั้นห้ามบ่น!!!

     คราวนี้ขอพักเรื่องตัวเอง ไม่อยากทำให้ทุกคนเบื่ออะ คราวนี้เลยพาไปทัวร์ออฟฟิศผมดีกว่า ดูรูปบ้างจะได้ ไม่ต้องอ่านกัน ดังนั้น Welcome to my office ครับ เอารูปที่บริษัทมาลงกรูจะตกงานมั้ยว่ะ??  

โต๊ะกรู  

     รูปนี้เป็นรูปโต๊ะของผมเองอ่ะครับ โต๊ะวิศวกร บางคนแม่งนึกว่ากรูทำงานโฆษณา จะบ้าเรอะ วิศวกรชัดๆ บางทีนะครับ การทำงานอย่างมีความสุขรอบๆโต๊ะก้อทำให้มันรู้สึกผ่อนคลาย ชิวๆกันบ้าง มันถึงทำให้เราทำงานแล้วสนุก (สนุกกะของเล่นรอบโต๊ะ) เหอะๆ เห็นคร่าวๆอาจจะงง ผมเอาแต่ละส่วนมาแฉอย่างละเอียดกันเลยครับ

     ส่วนแรก ผมว่ามาเริ่มกะบนโต๊ะผมเลยดีกว่าครับ แน่นอนวิศวกร หน้าตาโง่ๆอย่างผมต้องมีเครื่องคอมพิวเตอร์ธรรมดา แต่ขอบอกไว้ตอนนี้เลยว่า มีลูกมีหลานอย่างไปซื้อนะครับ เอเซอร์ กระโปกจุ้มปุ๊กมากมากอ่ะ!!! (ขอหยาบคายนิดนึง) ที่เหนมันสภาพนี้ จิงๆแม่งพิการไปประมาณ 30% แล้วบ่นกันชิบหาย รุ่นนี้นับว่าซวยสัดอ่ะครับ ไม่อยากจะด่า ถูกก้อจิง ถูกหลอกอ่ะดิไอแสด ใครมีญาติเป็นผู้บริหารเอเซอร์บอกนะครับ จะฝากด่าไปถึงต้นสังกัดซะทีนึง ไอคอมง่อย!! เอ้ย.....

     ลืมตัวเอาซะเยินเลย ก้อมีเมาส์อย่างที่เห็นเป็นไวร์เลสอ่ะครับ (ซื้อเอง) แล้วก้อเจ้าจุ้มปุ๊กจูเนียร์เป็นที่รองมืออ่ะครับ  

โต๊ะคอมกรู 

     ส่วนที่สองลิ้นชักครับประกอบไปด้วยสามชั้น

     ชั้นแรก ชั้นของสำคัณจะเก็บพวกเศษเงิน เอกสารสำคัญต่างๆ อุปกรณ์คอมนิดหน่อย ของกินอีกนิด เอาเป็นมีห่าไรเล็กๆ ผมก้อยัดเข้าอชั้นนี้ก่อนอ่ะครับ ง่ายมะ ประมาณนั้นแหล่ะ

โต๊ะคอมกรู  

     ชั้นสองไม่ขออธิบาย ความสุขเล็กการจากเอาขนมมาหมักไว้ในลิ้นชักอ่ะ แหม....ไม่หิวบ้างเรอะไงว่ะ ก้อต้องซื้อตุนไว้บ้าง วันนึงเกิดบ้านเมืองถล่ม กรูก้อยังอยู่รอดกว่าพวกแกวันนึงก้อยังดีว่ะ เผื่อจะได้เป็น เดอะลีเจนท์ กะเค้าบ้าง มีไรมะ!!??  

โต๊ะคอมกรู

      ชั้นสาม ไว้เก็บของใหญ่พวกแฟ้มหรืออุปกรณ์ต่างๆที่เป้นของขนาดกลางถึงใหญ่จะมารวมกันที่นี่อ่ะครับ ก้อจะมีเสื้อผ้าบางเป็นครั้งคราว อ่าวก้อเผื่อบ้านเมืองถล่มกรูก้อยังมีเสื้อผ้าเปลี่ยนไว้ใช้บ้าง มีรายมะ!!?

โต๊ะคอมกรู

     เส็ดจากส่วนของลิ้นชักก้อเป็นรอบๆโต๊ะแล้วล่ะครับ ตามผนังก็จะคิดโปสการ์ดไว้บ้างนิดหน่อย จะได้รู้สึกดีกะการทำงานบ้าง ใช่มะ ให้มีแต่กองเอกสารเต็มหน้า แม่งน่าเบื่อตายห่าเลย ขอซักนิดเหอะ  

โต๊ะคอมกรู 

จากปายครับ  

โต๊ะคอมกรู  

ชุดจักรยานเพื่อนเลิฟ ซื้อมานานและ  

โต๊ะคอมกรู  

อันนี้ไปซื้อมา ตอนไปทำงานที่เชียงใหมครับ  

โต๊ะคอมกรู  

จากปายเหมือนกันครับ  

โต๊ะคอมกรู  

อันนี้อาจจะคุ้นกันดี โปสการ์ดวันแม่ของผมครับ  

โต๊ะคอมกรู  

อันนี้เพิ่งได้มาจากจตุจักรครับ เหอะๆ

     ถัดมาก้อเป็นมุมของเล่นนิดหน่อยอ่ะครับ เบื่อโต๊ะมันโล่งอ่ะครับ ผมเก็บแมคทอยส์มาตั้งแต่ปี 2000 แล้วก้อเลยเอามาตั้งเล่นๆเฉยๆอ่ะ  

โต๊ะคอมกรู  

     เหอะๆอาจจะงงว่าเอ๊ะ เมิงมาทำงานเปล่าว่ะเนี่ย จิงก้อมีเอกสารเก็บไว้แหล่ะครับ แต่ไม่ชอบเอามากองอะ แต่ก้อมีบนโต๊ะบ้างนะ ดูดิๆ
      ปล. เพื่อนด่าว่า แม่งสารทำงานแม่งบางแสดดด - -"  

โต๊ะคอมกรู  

     สุดท้ายของมุมหนังสือครับ นิดหน่อยๆไม่เยอะๆ ปล.เกี่ยวกะงานชิบหาย  

โต๊ะคอมกรู  

โต๊ะคอมกรู  

     พอแล้วครับ อายแล้ว ก้อสมควรแหล่ะ เพื่อนมันด่าว่าโต๊ะเมิงเนี่ยวิศวกรชิบหายเลย แม่งทำงานโคตรสะนาเหอะไป เอาเป็นว่าใครทำงานโคตรสะนาให้ผมไปทำก้อได้นะครับ เวง!!~

     แถมครับ หนมกับบัตรพนักงาน (ตรงไหนของเมิงว่ะ) เอ๊ะ! เอามาให้ดูเมิงยังจะสงสัยอีก แสดดด 

โต๊ะคอมกรู

      แถมอีกนิด จุ้มปุ๊กเวอร์ชั่นจูเนียร์ครับ จิงๆแล้วมันมีแฟนมันด้วยนะ ชื่อ "จิ้มมิ้ม" เด๋ววันหลังเอามาให้ดู

   

     ปล.แม่งเจ้าของมันยังโสดเลย หมามันเสือกมีแฟนซะและ แสดดดดด!!!~

12 noviembre

เปลี่ยนตัวเอง

เปลี่ยนตัวเอง
"แล้วผมจะต้องเพอร์เฟคกว่าที่ผมเป็น"

ตอนที่ 2  "เฮ้ เจมส์ปาวด์ กลับมาได้แล้ว"

          มาล่ะครับ เหอะๆๆ กระแสตอบรับดีใช้ได้เลยนะเรานี่ ก่อนอื่นต้องขอบคุณจากใจจิงเลยครับ สำหรับการกลับมาของผม ผมเข้าใจส่วนหนึ่งว่าบางครั้งบางคนเขาแค่เข้ามาเท่านั้นแหล่ะ ถามว่าเขาได้อ่านรึเปล่า ไม่เลยเขาไม่ได้อ่าน แล้วยิ่งผมยิ่งอัพยาวๆเนี่ย คนที่ตั้งใจอ่านก้อจะน้อยลงเช่นกัน แต่อยากบอกนะครับ สิ่งที่คุณได้อ่านไป ผมล้วนเขียนขึ้นมาจากใจจิง และเท่าที่ผมดูแล้วหลายๆคนก้อได้อ่านมัน ผมดีใจนะและก้อขอบคุณอีกครั้งนะครับ คุณก้อเหมือน ครอบครัว เดียวกะผมแหล่ะ เอาล่ะเข้าเรื่องดีกว่า แต่เอ๊ะ!! คุณลองสังเกตุอย่างนึงมั้ยครับ หลังๆ วัฒนธรรมของ Hi5 นี่เริ่มเข้ามาถึงสเปซเรียบร้อยแล้ว ประมาณว่าแอดเฟรนเข้าไปเหอะ กรูไม่รุหรอกว่ามันเป็นใคร หน้าตาดีกรูแอดเฟรนโลด อ่านรึเปล่ายังไม่รุเล้ย ผมอ่ะงงมากเลย ใครก้อไม่รุพยายามเข้ามาแอดเฟรนผมมากมาย ซึ่งบางคนผมไม่เคยเห็นโผล่เข้ามาในสเปซผมด้วยซ้ำ ดังนั้นใครที่แอดมาผมขอดูก่อนนะครับว่าคุณเป็นคนยังงัย ไม่ใช่สักแต่แอดๆๆ ผมถือว่าสเปซที่นี่เป็นเหมือนโรงเรียนที่มีเพื่อนมากมาย และเราล้วนรุจักในตัวตนของกันและกัน แต่ Hi5 ผมเปรียบเสมือนมันเป็นผับอ่ะ คนผ่านมาผ่านไปเป็นร้อย เจอหน้าขอเบอร์ เจอหน้าขอเบอร์ แต่หารู้ว่าตัวตนเราเป้นยังงัยรึเปล่า ตอบได้คำเดียว ....... ไม่เลย.........
          สำหรับบลอคตอนนี้ผมบอกตามตรงนะ เรื่องนี้ผมอยากให้ทุกๆคนอ่าน เพราะมันเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการเปลี่ยนตัวเอง คุณเองก้อน่าจะลองดูเช่นกัน มันเป็นเรื่องที่คนหลายๆคนลืมมันไปด้วยซ้ำ คุณรู้มั้ยตลอดเวลาของคุณที่คุณเดินมาไหนมาไหนหรือตัดสินใจอะไร คุณมีเพื่อนที่ช่วยในเรื่องพวกนี้อยู่ตลอดเสมอๆ คนๆนั้นไม่ใช่ใคร ก้อคือตัวคุณเองน่ะแหล่ะ อาจจะหาว่าผมบ้า แต่ผมเคยถามคุณหน่อยว่าเคยคุยกะตัวเองมั้ย ไม่ใช่การเอ่ยปากพูดออกไปนะ แค่นั่งคิดแล้วคุยกะตัวเองบ้าง สิ่งเหล่านั้นแหล่ะครับ มันช่วยทำให้คุณ มีบุคลิกภาพที่ดีด้วยนะ พูดแล้วจะหาว่าโม้!!?? เครดิตการเปลี่ยนแปลงของผมครั้งนี้ ก้อเป็นพี่ปืนเช่นเดิมแหล่ะ แกพูดถึงการมีสติ เพราะพี่เขาเป็นพี่ที่คอยดูแลงานผมเขาจะรู้ว่าผมขี้ลืมบ่อยมากกกกกกกก ไม่ใช่บ่อยธรรมดานะ โคตรพ่อโคตรแม่บ่อยเลย ซึ่งงานวิศวกรที่ต้องออนไซด์อย่างผม การลืมอุปกรณ์อะไรซักอย่าง มันอาจจะให้งานชะงักได้เลยทันที.....
          เออบางคนหลายคนอาจจะคิดว่า เอ๊ะ! ไอปอนด์มันเป็นคนธรรมะธรรมโมไปซะแล้วหรอว่ะ อย่าเข้าใจผิดครับ ผมไม่เคยคิดจะธรรมะธรรมโมเล้ย ผมแค่เอาบางอย่างมา adaptive กับตัวเองเท่านั้นเอง ถามว่าผมชอบไปฟังธรรมฟังเทศน์ ไหว้พระ คำตอบคือไม่เหมือนเดิม ดังนั้นผมยังทะเล้นเหมือนเดิม แต่ออกจะสุขุมขึ้นเมื่อถึงเวลา (รึเปล่าว่ะ??)
          เอาล่ะเข้าเรื่องดีกว่าเกินไปเยอะและ การเตือนตัวเองเป็นสิ่งที่ผมเริ่มต้นตอนแรกเพื่อแก้ไขปัญหาขี้ลืมอันมากมายของผม มันเหมือนกับการคุยกะตัวเองแหล่ะครับ ทางธรรมะเขาเรียกการมีสติน่ะแหล่ะ คุณเคยมั้ยเวลาเดินไปทำงาน คุณก้อเดินไปเรื่อยๆเปื่อยๆซักพักก้อมารุสึกตัวอีกที "อ่าว.. กรูถึงหน้าที่ทำงานแล้วหรอว่ะ" เหมือนคุณเปิดสวิตซ์บังคับอัตโนมัติแหล่ะ จิงๆไม่ดีเลยนะครับ ถ้ารถจะชนคุณตายคุณอาจจะรุสึกตัวอีกทีในนรกก้อได้ หรืออาจจะไปชนของคนอื่นได้ สิ่งที่ผมพยายามทำก้อคือระหว่างที่เราอะไรให้พยายามบอกกะตัวเองว่า "เฮ้ยไอปอนด์ แกกะลังเดินอยู่นะ อีกนิดเดียวก้อถึงแล้ว" หรือ "เฮ้ย! เมิงแน่ใจหรอจะแดกไอนี่นะ อ้วนนะเว่ย บางทีไม่แดกมัน ไปแดกอย่างอื่นน่าจะโอเชกว่านี้ แถมแม่งแพงอีก บลา บลา บลา" จิงๆนะ มันช่วยได้ บางทีเขาอาจจะเรียกว่า การคิดก่อนทำก้อเป็นได้ ผมรุ้ว่ามันทำไม่ได้ตลอดหรอก แต่ถ้าทำได้ มันก้อดีกว่าไม่ใช่หรอ ยกตัวอย่างเข่น คิดก่อนที่ยื่นตังให้แม่ค้า พอยื่นไปแล้วมานึกเสียดายขอตังคืน อาจจะได้โดนตีนเป็นแน่.....
          ผมน่ะ...ทำไม่ได้ดีขนาดนั้นหรอก ก้อพยายามทำได้เท่าที่ทำ พี่ปืนแกบอกว่าคนเราอ่ะทำไม่ได้ตลอดหรอก บางทีตอนนั่งรถหรืออยู่เฉยๆเราชอบคิดนั่นคิดนี่ไปเรื่อยอ่ะ ผมเองประจำเลย ชอบคิดว่า ถ้าผมถูกหวยรางวัลที่1 จะเอาเงินไปช่วยแม่ ไปทำอะไรต่างๆนาๆมากมาย (เหอะๆ ดูมัน) เหมือนจะเพ้อๆใช่มะ ผมไม่ต้องมาด่าผมเลย ยอมรับเหอะคุณเองก้อเป้นเหมือนกันอ่ะ พี่ปืนแกบอกผมว่าตอนนั้นอ่ะเราก้อสนุกกะความคิดของเราได้ แต่สุดท้ายแล้วเราก้อต้องกลับมาในโลกแห่งความเป็นจิง มันเหมือนดูหนังซักเรื่อง พอมันจบแล้วเราก้อต้องดำเนินชีวิตของเราตามปกติอยู่ดี ฝันได้เพ้อได้ แต่อย่าให้ความฝันนั้นมาทำให้มีผลกะชีวิต เพราะที่เราฝันมันเป็นอะไรที่เหมือนสร้างละครมาซักเรื่อง สร้างบทให้คนนู้นคนนี้พูดหรือทำ แต่ท้ายที่สุดเราไม่สามารถสร้างบทให้คนๆนั้นพูดหรือทำได้หรอกในชีวิตจริงหรอก การที่ผมพยายามพูดกะตัวเอง เตือนตัวเอง มันช่วยลดอาการลืมกะอาการเหม่อของผมไปได้เยอะเลย (บางคนคงทราบดีว่าผมมักเหม่อง่าย ก้อเพราะอกหักอ่ะแหล่ะ) ลองดูนะครับ คุณน่ะมีเพื่อนที่อยู่ใกล้ตัวอยู่แล้ว โดยที่คุณคุยกะเขาผ่านความคิดได้ด้วย เท่ห์ใช่ป่ะหล่ะ บางคนมักลืมสิ่งเหล่านี้ไป แล้วก้อใช้ชีวิตเหมือนคุณตั้งโปรแกรมไว้งั้นแหล่ะ อยากได้ไรซื้อ อยากแดกไรก้อเอาเข้าปากเลย อยากทำไรทำเลย โดยไม่ค่อยได้คิดก่อนว่าสิ่งที่ทำนั้นมันใช่รึเปล่า......
           อีกอย่างนะครับ มันช่วยลดอาการกระโตกกระตากโวยวายไปได้เยอะเลยนะ ผมเจอมาแล้ว ผมกะเพื่อนนั่งทานข้าวอยู่ อีเพื่อนตัวดีมันก้อทำน้ำหกซะงั้น ถ้าเป้นใครหลายคนโดยสัญชาติต้องกระโดดหรือตกใจเป็นธรรมดาแล้ว หรือบางทีก้อต้องโมโหอีเพื่อนคนนั้นบ้างแหล่ะ แต่ผมหรอ มันก้อแค่บอกว่า "เออ.......น้ำหกหลบให้มันไหลลงข้างล่างหน่อยเด่ะ" จบครับก้อแค่เอนตัวหลบ เรื่องแค่นี้ไม่ต้องวี๊ดว้ายกระตู้วู้ก้อได้ จะโกรธเพื่อนคนนั้น ในใจก้อคิดว่า "ไม่มีใครอยากทำน้ำหกหรอก ซู่มซ่ามไปนิดเอง" ก้อแค่บอกมันแบบติดตลกไปว่า "เมิงนี่ ซุ่มซ่ามชะมัด ไม่เอาน้ำสาดกรูเลยล่ะ 55" มันช่วยให้เราสุขุมได้ และอีกอย่างทำให้ผมมองโลกใบนี้หรือสิ่งรอบตัวได้ละเอียดและดีขึ้น โลกนี้ยังมีอีกคนที่คอยอยู่ข้างเราน่ะแหล่ะ ไม่ใช่ใครหรอก ลองส่องดูในกระจกสิครับ นั่นแหล่ะคือคนที่รักคุณเท่ากับที่คุณรักตัวเองเลยแหล่ะ
 
พร้อมรึยังอ่ะครับ ที่จะเปลี่ยนอะไรๆที่แย่ให้ชีวิตนั้นดูดีมากกว่าที่เป็น ?????
05 noviembre

Change....

เปลี่ยนตัวเอง
"แล้วผมจะต้องเพอร์เฟคกว่าที่ผมเป็น"

ตอนที่ 1 ทำทาน

          หวัดดีครับ กลับมาแล้วละ หลังจากห่างหายไปนาน หลายๆคนอาจจะคิดว่าผมตายไปแล้ว ก้อแน่แหล่ะ ไอบลอคล่าสุดก้อเดือนสิงหากว่าจะโผล่มาอีกที เชื่อว่าหลายๆคนต้องเหนียงยานกันไปแล้ว (แน่ะ! สะดุ้งพูดโดนใจดำอ่ะดิ) และอีกใครหลายๆคนก้ออาจจะรู้ความเคลื่อนไหวของผมดี จิงๆก้อไม่หลายคนหรอก ก้อมีไอน้องคนนึงเท่านั้นแหล่ะ เอาล่ะครับที่หายไปนานไม่มีข้อแก้ตัว แค่ไปปรับสภาพชีวิตของตัวเองให้ลงตัวมากขึ้น พร้อมกับเป้าหมายข้างหน้าที่จะต้องไปให้สำเร็จ ตอนนี้ผมนับว่าเป็นคนใหม่แล้ว แต่อาจจะไม่สมบูรณ์สักเท่าไหร่ แต่มุมมอง การดำรงชีวิตและความคิดนั้นได้ต่างออกไปจากเดิมมากมาย

          เข้าเรื่องบลอคในตอนนี้กันดีกว่า อ๊ะ! รึอาจจะสงสัยว่าทำไมผมเอาหัวข้อทำทานยกขึ้นมา นั่นแหล่ะครับ อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เรียกว่า life ของผมเลยก้อได้ เครดิตของการเปลี่ยนแปลงนี้ ผมต้องยกให้กับพี่คนนึงครับ เขาเป็นพี่ที่ทำงานชื่อพี่ปืน พี่เขาจะเรียกว่าไงเป็นคนธรรมะธรรมโมก้อว่าได้ แต่ก้อได้ถึงจะเคร่งอะไรขนาดนั้น แหมแต่ก้อจัดว่าเป็นคู่หูคู่ฮากะผมเลยก้อว่าได้ มีวันนึงครับ พี่เขาไปกินก๋วยเตี๋ยวกะผมนี่แหล่ะ เขาก้อเหลือบไปเห็นยายคนนึง แกแก่มากแล้ว ดูท่าทางจะฟั่นๆเฟือนๆแล้วด้วย แกพูดคนเดียวครับ พูดไม่รุเรื่องหรอก แต่พี่ปืนแกก้อสงสาร อยู่ดีๆแกก้อหยิบแบงค์ร้อยไปให้ยายแก แล้วก้อไปนั่งคุยแกซักพัก ผมล่ะงงเลย เฮ้ยอะไรจะขนาดนั้นว่ะ ใจดีไปถึงไหนเนี่ย เด๋วก้อปีกงอกบินขึ้นสวรรค์ไปจิงๆหรอกนั่น ผมก้อไม่ได้ถามพี่แกหรอกว่าทำไมพี่แกให้ แต่อีกไม่นานผมก้อสามารถรู้คำตอบได้ด้วยตัวเองเลย

          ผมก้อไม่เข้าใจหรอกครับว่ามันเกิดอะไรขึ้น นั่นคือสิ่งที่ผมได้รุจักเขา ตอนนั้นผมยังเพิ่งเริ่มทำงานไปสักพักเอง คืนนั้นผมก้อเอากลับไปคิด เอ.....มันก้อจิงนะ การที่เราจะให้ทาน มันก้อสุขใจแล้วนี่จะเอาอะไรอีก ผมก้อเลยพยายามให้ดูบ้าง ผมพูดจากใจเลยนะ พูดแล้วเหมือนจะคล้ายพวกขายประกัน ผมแต่สุขใจจิงๆครับ สุขกับการให้ โดยที่เราไม่ได้หวังอะไรตอบแทนเลย ใช่ว่าผมไม่เคยให้ทานนะ แต่แต่ก่อนให้ก้อคือให้ สักแต่ว่าให้ แต่กลับไม่ได้คิดอะไรเลย บางทีให้เพราะเศษตังมันเหลือซะงั้น แน่ะ กระแดะทำตัวรวย...

          การให้ครั้งแรกจิงๆของผมนั้น เริ่มจากตอนเช้าๆครับ ก่อนมาทำงานขึ้น BTS จะมีผู้ชายแก่ๆคนนึงมาดีดเขาเรียกอะไรนะ ที่มันคล้ายๆกีตาร์แต่เป็นของอีสานอ่ะ ผมก็คิดนะ เอ..คนเราไม่ว่าจะยากดีมีจนเขาก้อยังพยายามหากินเลย นั่นแหล่ะคือวิถีของมนุษย์ การที่ผมจะหยิบเศษเงินสักห้าบาทหยอดไป มันไม่ได้ทำให้ผมถึงกับวันนั้นกรูจะไม่มีเศษตังแดกน้ำลำไยเลยนี่หว่า จากนั้นก้อหยอดลงไป มันรุสึกตื้นๆตันๆนิดๆนะครับ ว่านี่แหล่ะคือความสุขเล็กๆที่ได้จากการให้ ผมไม่เคยได้ขออะไรตอบแทน แต่กลับยิ้มกว้างและมองเห็นโลกนี้ดูสดใสขึ้น เมื่อเห็นคนอื่นเขาก้อกะลังให้ทานเหมือนกัน อย่างน้อยคนเราก้อไม่ได้เลวร้ายอะไรอย่างที่คิดหรอกครับ เพียงแต่เรามักมองข้ามไปเท่านั้น

          เอาล่ะครับ สำหรับหลายๆคน ผมเชื่อว่าคุณต้องเป็นแบบที่ผมกล่าว อย่าพยายามคิดเข้าข้างตัวเองนะครับ พยายามมองอีกมุม และยอมรับในสิ่งที่เราเป็น เพื่อนปรับปรุงแก้ไขให้ชีวิตและจิตใจของเราดีขึ้น เพราะหลายคนที่อ่านแล้ว มักมีข้ออ้างในใจเสมอ อาทิเช่น เอ๊ะ! ชั้นก้อให้นะ แล้วลองคิดกลับกันสิครับ ไอที่คุณหยิบตังหยอดลงไปนั้น มันซักกี่ครั้งในรอบเดือนเชียว บางคนแค่เดินผ่านแวบ..... คุณเห็นครับว่ามีขอทานเค้านั่งอยู่ ในใจคุณก้ออยากช่วย แล้วคุณก้อเดินผ่านไปโดยเหลียวหลังกลับไปมอง แต่คุณก้อไม่ได้ทำอะไรอยู่ดี บางคนก้อเดินผ่านไป โดยอาจจะอ้างว่าแหมรีบจิงๆเลย เด๋วไปที่นั่นไม่ทัน อยากให้ใจจะขาดแล้วชะเอิงเอย แล้วก้อเดินสะบัดตูดฉึบฉับๆไปอย่างเร็ว (กลัวคนอื่นไม่รู้ว่ารีบจิง) ทำไมอ่ะครับ ย้อนมาถามตัวเองบ้างมั้ยว่ากะอีแค่หยุด แล้วหยิบเศษตัง (ถ้าขณะนั้นคุณไม่มีเศษตังผมให้อภัยครับ) นิดหน่อยเพื่อช่วยเพื่อนร่วมโลกมันจะตายมั้ยถามจิงๆ หยุดโยกตูดแล้วหันขวับเอาบาทนึงหย่อนไปแล้วมันไม่ทำให้เพื่อนคุณที่นัดกันไว้ ชักดิ้นชักงอหรอก รู้มั้ยว่าเงินเพียงแค่บาทเดียวนั่นหมายถึงข้าวที่จะตกลงท้องของคนเหล่านั้นเลยนะครับ

          และจะมีคนอีกบางประเภท ซึ่งยอมรับตามตรงว่าหมายถึงผมแต่ก่อนด้วย มักจะคิดว่า พวกขอทาน ยิ่งเฉพาะคนตาบอดเนี่ย เขาทำกันเป็นแก๊งค์ หรือบางทีเห็นขอทานมาขอเงินเฉยๆ กับขอทานที่เขาร้องเพลงไปด้วย แล้วกลับมาย้อนถามคนที่เขาขอเงินเฉยๆ ว่าทำอะไรที่เป็นการแลกเปลี่ยนกับเงินที่ชั้นจะให้มั้ยเนี่ย มันน่าให้มั้ย??!! งั้นผมถามคุณข้อนึงดีกว่า ที่คุณให้ทำให้คุณสบายใจหรือทำเพื่อความถูกต้องที่ชั้นมีอยู่อย่างเปี่ยมล้นกันแน่ การที่เราให้ทานนั้นคุณหวังด้วยหรอว่าคนที่เราให้ไปเขาจะเอาไปใช้ซื้ออะไร เอาไปกินอะไรา ไม่ใช่อ่ะครับ การให้มันคือเราให้ด้วยใจอ่ะ คุณอยากให้คุณก้อให้ แต่ถามว่าถ้าคุณให้แล้วมาคิดเล็กคิดน้อยเนี่ย คุณสบายใจหรอ ถามใจตัวเองดีๆ ผมเชื่อว่าคุณเองมีคำตอบ

          แล้วอย่างสุดท้ายที่อยากจะเล่าสู่กันฟังคือ การที่คุณให้แล้วคิดว่า ซักวันนึงคุณคงได้เป้นผู้รับหรือซักวันนึงเราคงได้อะไรตอบแทนบ้าง จะถามว่า ป้า!! เพ้อไปป่ะ?? คุณได้ตั้งแต่ตอนให้แล้ว คุณได้หัวใจของความเป็นมนุษย์มาแล้ว คุณได้แสดงถึงความเป็นคนที่เจริญและการอยู่ร่วมกันบนสังคมแล้ว นั่นคือสิ่งที่ผมเปลี่ยนแปลงตัวเองอันดับแรก ผมเองก้อไม่ได้มีเงินเดือนที่มากมาย คุณเองก้ออาจจะเช่นกัน บางคนได้เงินจากพ่อแม่มาไม่มาก หลายๆคนก้อเช่นกัน ทำไมล่ะครับ แค่เศษตังสามบาท ช่วยให้คนที่ไม่มีแม้แต่ที่อยู่ให้เขาให้ทานข้าวให้อิ่มท้องซักมื้อไม่ได้เลยหรอ คิดอย่างง่ายที่สุดเลยนะ ถ้าคุณหยุดแดกโออิชิสักมื้อ คุณช่วยคนได้อีกกี่คน ผมเชื่อว่าสติปัญญาอย่างคุณๆ คงไม่เกินกำลังหรอกครับ

          และอีกครั้งนึงระหว่างที่ผมกะลังข้ามสะพานลอยเพื่อมาขึ้นมอเตอร์ไซด์กลับบ้านนั้น ตอนทางลงจะมีศาลา ผมเห็นแม่ลูกคู่นึงเอาเสื่อมาปูที่ศาลา ลูกก้อเดินไปมา ในมือก้อถือข้าวเหนียม คนเป็นแม่เองก้อปั้นข้าวเหนียวส่งให้ลูก คุณรู้มั้ยผมเห็นอะไรในชามเล็กๆที่ทำจากสังกะสีสีหม่นๆนั้น ผมเห็นปลาตัวเล็กๆที่เหมือนจะเอามาปิ้งจนมันดูดำๆ ตอนนั้นผมหยุดกึก แล้วก้อหันหลังกลับไปนั่งที่ศาลาเพื่อดูว่าแม่ลูกคู่นั้นทานอะไรจิงๆ สิ่งที่ผมเหนไม่ได้ผิดจะที่ผมเหลือบมองไปตอนแรกเลย ปลาตัวเล็กๆดำๆ แต่แม่ลูกคู่นั้นก้อทานอย่างเอร็ดอร่อย น้ำตาผมเริ่มซึมออกปากเบ้า พูดอะไรไม่ออก ได้แต่หยิบกระเป๋าตัง ดึงแบงค์ร้อยแล้วส่งให้เธอ เธอทำให้งงๆ แล้วรับโดยที่มือยังถือข้าวเหนียวอยู่ เธอไม่ได้ขอบคุณ เด็กคนนั้นก้อมองดูผมอย่างประหลาดเช่นกัน ผมเองได้แต่ยิ้ม ผมไม่ได้ต้องการคำขอบคุณจากเธอ ผมต้องการเห็นเธอได้เอาเงินของผมได้ไปซื้ออะไรที่ดีกว่านี้ทาน เงินร้อยนึงไม่ได้ทำให้ผมอดตาย และเมื่อเทียบกันแล้วมันไม่ได้มากอะไรเลยด้วยซ้ำ ความสุขมันมาทดแทนความสงสารที่มีอยู่ล้นทะลักของความรุสึกเมื่อตะกี้ ผมเดินออกมาพร้อมกับน้ำตาไหลแต่รอยยิ้มผมไม่ได้จางลงไปแม้แต่นิดเดียว ผมช่วยสองแม่ลูกนี้ได้แค่เพียงสั้นๆ แต่ผมก้อทำได้เท่าที่ผมจะทำ แล้วไม่รุสึกตะขิดตะขวงใจเลยแม้แต่นิดเดียว

          ถามว่าผมให้ขอทานทุกคนที่ผมเดินผ่านมั้ย บอกตามตรงไม่เลย แต่ผมให้เท่าที่ผมเตือนสติตัวเองว่าผมไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกใบนี้ (เรื่องการเตือนสติจะมาเล่าครั้งหน้านะครับ) นั่นคือสิ่งที่ผมเริ่มเปลี่ยนตัวเอง ไม่ได้ทำดีเพื่อใคร แต่สองบาทที่หล่นลงกระบอกนั้น มันทำให้หัวใจน้อยๆของผมมันพองโตขึ้นอีกนิด และทำให้โลกที่ผมอยู่นี้ มันน่าอยู่มากขึ้นครับ...

 

คุณล่ะครับ พร้อมรึยังที่จะเปลี่ยนตัวเอง??
 
29 agosto

Crossword

ยิ้ม

 

แนวนอน                                   แนวตั้ง
1.ไอ...ชื่อของคนที่เลวที่สุด             1.นิสัยมัน.....
3.ความรักของมันนั้น.....                 2.เวลามันโกรธนั้น...
4.มันนะ.....                               5.เป็นพวกหมา...
6.แม่ง....                                  7.และชอบมักพูด....
7.ยิ่งกว่าชาย...                            9.เหมือนพวกหมาหัว....
8.และมันก้อเกิดมา...                    10.รวมถึงมันยัง....ในตังเอง
11.จนกลายเป็น...                        12.แถมมันยัง....
13.เพราะฉะนั้นมันจึง...  
14.กะคนมีบุญคุณมันก้อ...               16.และยัง...
15.ชีวิตมันถึง...ไม่มีแจว                  17.ทั้งหมดมันก้อ....

 

This is Luv!!!

Did u know what's my LOVE? It's you!!!
Foto 1 de 12

JPz's memories

Cargando...